วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554

VPN หรือ Virtual Private Network หมายถึง

VPN หรือ Virtual Private Network หมายถึง เครือข่ายเสมือนส่วนตัว ที่ทำงานโดยใช้ โครงสร้างของ เครือข่ายสาธารณะ หรืออาจจะวิ่งบน เครือข่ายไอพีก็ได้ แต่ยังสามารถ คงความเป็นเครือข่ายเฉพาะ ขององค์กรได้ ด้วยการ เข้ารหัสแพ็กเก็ตก่อนส่ง เพื่อให้ข้อมูล มีความปลอดภัยมากขึ้น

อย่างไรก็ดี คำว่า VPN จะครอบคลุมทั้งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (เช่น Gateway และ Router), ซอฟต์แวร์ และส่วนที่เป็นไฟร์วอลล์
การเข้ารหัสแพ็กเก็ต เพื่อทำให้ข้อมูล มีความปลอดภัยนั้น ก็มีอยู่หลายกลไกด้วยกัน ซึ่งวิธีเข้ารหัสข้อมูล (encryption) จะทำกันที่เลเยอร์ 2 คือ Data Link Layer แต่ปัจจุบัน มีการเข้ารหัสใน IP Layer โดยมักใช้เทคโนโลยี IPSec (IP Security)

ปกติแล้ว VPN ถูกนำมาใช้กับองค์กรขนาดใหญ่ ที่มีสาขาอยู่ตามที่ต่างๆ และต้องการ ต่อเชื่อมเข้าหากัน โดยยังคงสามารถ รักษาเครือข่ายให้ใช้ได้เฉพาะ คนภายในองค์กร หรือคนที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น ลูกค้า, ซัพพลายเออร์ เป็นต้น

นอกจากนี้แล้ว กลไกในการสร้างโครงข่าย VPN อีกประเภทหนึ่ง คือ MPLS (Multiprotocal Label Switch) เป็นวิธีในการส่งแพ็กเก็ต โดยการใส่ label ที่ส่วนหัว ของข้อความ และค่อยเข้ารหัสข้อมูล จากนั้น จึงส่งไปยังจุดหมายปลายทาง เมื่อถึงปลายทาง ก็จะถอดรหัสที่ส่วนหัวออก วิธีการนี้ ช่วยให้ผู้วางระบบเครือข่าย สามารถแบ่ง Virtual LAN เป็นวงย่อย ให้เป็น เครือข่ายเดียวกันได้

ตัวอย่างเช่น บริษัท A ก็จะได้ VPN label A ที่หัวข้อความ ของทุกแพ็กเก็ต บริษัท B ได้รหัสที่หัวข้อความเป็น B เพื่อส่งข้อมูล ข้อมูลที่ส่งออกไป ก็จะวิ่งไปหาปลายทางตาม Label ของตน ซึ่งผู้วางระบบ สามารถเพิ่มกลุ่มในวง VLAN ได้อย่างไม่จำกัด

รูปแบบบริการ VPN
บริการ VPN แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ

1. Access VPN: เป็นรูปแบบในการเข้าถึงเครือข่าย VPN จากอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ ซึ่งสามารถเข้าถึงเครือข่ายได้ใน 2 ลักษณะ โดยลักษณะแรก เป็นการเข้าถึงจากไคลเอ็นต์ใดๆ ก็ได้ โดยอาศัย ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เป็นตัวกลาง ในการติดต่อ ซึ่งจะมีการเข้ารหัสในการ ส่งสัญญาณ จากเครื่องไคลเอ็นต์ ไปยังไอเอสพี และลักษณะที่สอง เป็นการเข้าถึง จากเครื่องแอ็กเซสเซิร์ฟเวอร์ (Network Access Server-NAS) โดยเริ่มต้นจาก ผู้ใช้หมุนโมเด็ม ติดต่อมายังไอเอสพี และจากนั้น จะมีการเข้ารหัสข้อมูล และส่งต่อไปยังปลายทาง

2. Intranet VPN: เป็นรูปแบบในการเข้าถึงเครือข่าย VPN ที่ใช้เฉพาะภายในองค์กรเท่านั้น อาทิ การต่อเชื่อมเครือข่าย ระหว่างสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ และสาขาย่อย ในต่างจังหวัด เสมือนกับ การทดแทน การเช่าวงจรลีสไลน์ ระหว่าง กรุงเทพกับต่างจังหวัด โดยที่แต่ละสาขา สามารถ ต่อเชื่อมเข้ากับ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ในท้องถิ่นของตน เพื่อเชื่อมเข้า โครงข่าย VPN ขององค์กรอีกทีหนึ่ง

3. Extranet VPN: เป็นรูปแบบในการเข้าถึงเครือข่าย ที่คล้ายกับ Intranet VPN แต่มีการขยายวงออกไป ยังกลุ่มลูกค้า ซัพพลายเออร์ และพาร์ตเนอร์ เพื่อให้ใช้เครือข่ายได้ จุดสำคัญอย่างหนึ่ง ในการเลือกติดตั้ง VPN คือการเลือก ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ที่วางระบบรักษาความปลอดภัย เป็นอย่างดี มีส่วนอย่างมาก ในการส่งข้อมูลบน VPN ให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพราะถ้า ไอเอสพี มีระบบรักษาความปลอดภัย ที่รัดกุม ก็จะช่วยให้ ข้อมูลที่ส่งมา มีความปลอดภัยมากขึ้น

ประโยชน์ที่ได้รับจาก VPN

ประโยชน์ของ การติดตั้งเครือข่ายแบบ VPN จะช่วยองค์กร ประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะไม่ว่าผู้ใช้องค์กร จะอยู่ที่ใดในโลก ก็สามารถเข้าถึง เครือข่าย VPN ของตนได้ โดยการต่อเชื่อม เข้ากับ ผู้ให้บริการท้องถิ่นนั้นๆ ทำให้ช่วยลด ค่าใช้จ่าย ในการติดต่อสื่อสาร และสามารถ ลดค่าใช้จ่ายในส่วนของ การดูแลรักษาระบบอีกด้วย นอกจากนี้ ระบบเครือข่าย VPN ยังสามารถ ให้ความคล่องตัว ในการเปลี่ยนแปลง เช่น การขยายเครือข่าย ในอนาคต

นอกจากนี้แล้ว ในแง่ของ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต การออกบริการ VPN ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่ช่วยให้ ลูกค้าของไอเอสพี ประหยัดค่าใช้จ่าย และสะดวกสบายมากขึ้น 


แหล่งอ้างอิง : http://www.cisco.com

วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2554

SAN คืออะไร...จากผู้รู้

      กระผมอยากรู้ว่า "SAN คือ อะไร"  จึงได้ ค้นหา ผ่าน Google และ ได้พบบทความที่ต้องการ เห็นว่ามีประโยชน์ จีงเก็บไว้อ่าน เพื่อเพิ่มพูนความอยากรู้ให้กับ ตนเอง ต้องขอโทษที่ไม่ได้บันทึกที่มาของบทความ จึงขอใช้คำว่า "จากผู้รู้" แทนที่มาของบทความนี้.....ขอใช้พื้นที่ Blog นี้ เป็นประโยชน์ ส่งต่อความรู้ และเผยแพร่ ความรู้ ให้กับผู้แสวงหาความรู้ต่อไป

SAN คืออะไร
ในอดีด เราจะพบการต่อ Storage 2 แบบ แบบแรกคือต่อเข้า Network กลางเลย โดยมี Client วิ่งอยู่ในวงด้วย ก็จะทำให้ทุก Client มองเห็น Storage ด้วย หรือ อีกแบบคือ การต่อแบบเอา Storage ต่อเข้าไปกับ Server ผ่าน USB หรืออะไรก็ตาม แล้วก็เอา Server นั้นต่อเข้าไปกับวง LAN ผ่านสาย LAN RJ45 ซึ่งปัจจุบัน Storage นั้นมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ การใช้งาน Network ในองค์กรก็มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดคอขวดของ Traffic จึงเกิด Solution ใหม่เกิดขึ้นคือ SAN ซึ่งย่อมาจาก Storage Attach Network นั้นคือ แยก Storage ออกมาจากวง LAN โดยมาต่อข้างหลัง Server อีกที ซึ่ง Server หลายตัวก็จะต่อเข้ากับ Storage ผ่านเทคโนโลยี่ Fiber Channel (FC) ซึ่งมีความเร็วสูง ซึ่งทำให้รับส่งข้อมูลผ่าน Network ได้ด้วยความเร็วสูง
ทำไมต้อง SAN
เป็นสิ่งที่หลายๆคนถามกันว่า แล้วทำไมต้อง SAN ด้วยก็เอา Server ต่อกับ Storage ตู้นึงก็พอแล้ว หรือ เอาเครื่องมาใส่ๆๆๆ Storage ก็พอแล้ว มันก็ถูกต้องครับ สำหรับการต่อไม่มาก แต่ต้องไม่ลืมว่า ที่ผ่านมาเราประสบปัญหาว่า หาก Server ที่นำมาทำ Storage เสีย หรือ RAID Controller เสีย มันก็เดี้ยงไปเหมือนกัน ดังนั้นด้วยเทคโนโลยี่ SAN ถึงทำให้เกิด Solution ในจินตนาการ และนำมาเป็นจริงได้ เรามาดูข้อดีของ SAN กันว่าทำไมต้อง SAN ด้วย
1.         ลดประมาณ Disk : รู้ไหมว่า ปัญหาเดิมๆ กับการใช้ Disk ใน Server คือ คุณต้องเสีย Disk ปริมาณมากในการทำ RAID ทุกเครื่อง หรือ คุณต้องเพิ่ม Disk ทั้งๆที่อีกเครื่องยังมี Disk เหลือในเครื่องอื่น ทุกปัญหาเหล่านี้จะหายไป เพราะว่าเมื่อคุณรวม Disk ของทุก Server เข้าไปอยู่ที่ SAN คุณจะ Manage ทุกอย่างบนที่เดียวไม่ต้องเสีย Disk สำรองมากมาย เพราะเสียแค่ในตู้ SAN อย่างเดียว ช่วยลด Cost Disk ไปได้ 
2.         ลดคอขวด Network : การมี Storage Server มากๆ แล้ววิ่งอยู่ใน Network กลางบริษัท จะทำให้เกิดคอขวด ทำให้ Network ช้าได้ การต่อ SAN คือการเอา Server ทุกตัวมาต่อกับ Storage ผ่าน Fibre Channel แล้ว Server ก็ต่อผ่าน Network ทำให้ลด Traffic กลางได้
3.         ลด Downtime ของระบบ : คุณเคยไหมที่ Server เสีย แต่ Disk ไม่เสีย แต่ว่า Disk เก่าใส่กับเครื่องรุ่นใหม่ไม่ได้ หรือ Disk ใหม่ใส่กับเครืองเก่าไม่ได้ เพราะทุกวันนี้ กว่าเราจะ Upgrade Disk ก็ต้องปาเข้าไป 3-4 ปี ซึ่งตอนนั้นเทคโนโลยี่ก็เปลี่ยนซะแล้ว หรือ เครื่องเสีย แต่จะซื้อเครืองใหม่ ก็ใส่ไม่ได้เช่นกัน ทำให้ Systems คุณต้อง Down เป็นเวลานาน แล้วปวดเซียนเวียนกร้าวว่าฉันจะย้ายข้อมูลฉันไงดีหว้า ทุกปัญหานี้จะหมดไปด้วย SAN เพราะ Disk อยู่ในตู้ Storage พอเครื่องมีปัญหาก็แค่คุณเอาเครื่องใหม่ ใส่ HBA Card ก็สามารถนำ Data เดิมในตู้ Storage กลับมารันใช้งานได้เลย ง่ายนิดเดียว ทำให้ Server Hardware ก็เป็นเพียง Server Hardware ปราศจากความสำคัญไป เพราะส่วนสำคัญของเราคือข้อมูล ได้แยกออกมาเรียบร้อยแล้ว
4.         ง่ายต่อการใช้งาน : ด้วย Storage Manager ที่มีมาให้จัดการ ซึ่งทำให้คุณ ยึด หด ขยาย ลด จะทำอะไรกับ Storage คุณก็ทำได้ จะเพิ่ม Disk แล้วอัดเข้าไปเพิ่มใน RAID 5 ก็ทำได้แบบ no Downtime หรือคุณจะเพิ่ม Disk ก้อนใหม่ให้กับ Server เก่าก็ทำได้ทันที หรือคุณจะลดขนาดของ Disk ในเครื่องที่ใช้น้อย ก็ทำได้เช่นกัน ง่ายแค่ปลายนิ้วสัมผัส
5.         ปลอดภัยด้วยการ Backup : เคยไหมที่คุณต้องนั่ง Backup Server แต่ละตัว แต่ละตัว แต่ละตัว เยอะแยะไปหมด แถมถ้าแต่ละตัวคนละ OS ก็มึนกับ Tool ว่าจะใช้ Software Tool อะไรในเครื่องดี ทุกอย่างก็จัดกเก็บการอย่างไม่เป็นระบบระเบียบ ไม่รู้จะจับโยนใส่อะไรดี External Disk (Thumb Drive) ก็ใส่ได้รูเดียวของ UPS จะใส่ Tape ก็แพงแสนแพง แล้วต้องมีทุกตัวอีก โอ้ งานช้างเลย ดังนั้นปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เพราะ SAN Storage Software มีระบบ Backup ให้คุณ ไม่ว่าจะทำ Flash Copy หรือ Copy แบบเต็มๆ ก็ทำได้ ทำได้ด้วยจุดเดียว ไม่คำนึงถึงว่าใน Disk นั้นจะมีอะไร มันก็ Backup หมด หรืออยากจะต่อ Tape ก็ต่อได้อย่างง่ายดาย แล้วใช้แค่ชุดเดียว ไม่ต้องมาซื้อทุกชุดต่อกับทุก Server เพราะแค่ชุดเดียวต่อกับ Storage เลยก็จบเลย ง่ายซะงั้น
6.         ลดค่าใช้จ่าย Software : จากปัญหาในข้อที่ผ่านมา เพราะทุกเครื่องคุณต้องซื้อ Software ทำ Backup หรือถ้าเอาเครือ่ง Server มาทำ Storage ก็ต้องซื้ออย่าง Windows Storage Server ซึ่งก็นั้นแหละครับ Cost ทั้งนั้น แต่ Storage Solution บน SAN นั้นมี Software management มาให้ ฟรี โอ้ ฟรี ย้ำอีกครั้งว่าฟรีครับ มันไม่ได้มาเป็นตู้เปล่าๆ ใส่ Disk Disk Disk แต่มันมาด้วย Software management และดีกว่านั้น Software พวกนี้ Upgrade ฟรีด้วยเพราะว่าก็มี Upgrade Firmware Version ตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่น IBM DS3400 ก็ออกมาก่อน RAID 6 จะมีในโลกใบนี้ แต่พอมีขึ้นมา ก็ไม่ต้องซื้อ Card ตัวใหม่เลย ก็ upgrade firmware มัน ก็ทำ RAID 6 ได้ ถ้าเป็น Server รับรองว่าคุณต้องซื้อ Card ใหม่แน่ๆ หรือคุณกล้า Upgrade Firmware บน RAID Controller ไหมล่ะ เสียทีก็ยุ่งเพราะ Config อยู่ใน RAID Controller แต่ว่า Storage แยกตู้นั้น Config RAID อยู่ใน Disk และ เหนือไปกว่านั้น Storage Solution ยังมี Battary Backup อีกต่างหาก ให้คุณไม่พลาดในการรับส่งข้อมูลที่อาจจะเกิดไฟดับหรืออะไรฉุกเฉินขึ้น ขณะกำลังส่งข้อมูลอยู่นั้นเอง

ขอขอบพระคุณ ผู้รู้ ที่ให้ความรู้ และ เผยแพร่ความรู้ อันมีประโยชน์ อย่างยิ่ง สำหรับผู้แสวงหาความรู้ เรื่อง
SAN คือ อะไร?